Home » Articles posted by Nina Franklin

Author Archives: Nina Franklin

วิธีการเลือกกางเกงในที่สาว ๆ หลายคนอาจยังไม่เคยรู้

ใครหลายคนอ่านหัวข้อนี้ก็คงจะสงสัยว่า คนเราต้องมีกางเกงในหลายแบบจริงหรือ ทำไมผู้หญิงเราต้องเลือกกางเกงในหลายแบบ หลายสีด้วยล่ะ เลือกที่ชอบอย่างเดียวไม่ได้หรือ ซึ่งคงต้องบอกว่า ได้ค่ะ แต่วิธีการเลือกกางเกงในที่นำมาฝากกันนี้จะช่วยทำให้สาว ๆ หลายคน รวมถึงหนุ่ม ๆ ที่ยังไม่เคยรู้มาก่อนเข้าใจรูปแบบกางเกงในแต่ละประเภทกันเพิ่มมากขึ้น รับรองว่าถ้าอ่านบทความนี้จบ คุณผู้อ่านทุกท่านจะเข้าใจถึงความต่าง และข้อดีของกางเกงในแต่ละแบบสำหรับผู้หญิงเพิ่มมากขึ้น อย่าชักช้าร่ำไรไปดูกันเลย…

1. กางเกงในไร้ขอบ

บางท่านอาจไม่คุ้นเคยกับคำว่าไร้ขอบ เหมือนขนมปังตัดขอบหรือเปล่า ใช่เลยค่ะ กางเกงในไร้ขอบ ก็คือ ไม่มีการเย็บกุ๊นผ้าช่วงขอบ หรือที่เรียกกันว่าตะเข็บริมผ้า ซึ่งข้อดีของกางเกงในประเภทนี้ คือ ให้ความรู้สึกเหมือนไม่ได้ใส่กางเกงใน เพราะมันจะเนียนไปกับเสื้อผ้าที่สวมใส่ เหมาะกับเวลาที่ใส่กระโปรงรัดรูป หรือ กางเกงสีอ่อน เนื้อบาง ที่คุณผู้หญิงไม่ต้องการให้เห็นรอยขอบกางเกงในนั่นเอง

2. กางเกงในทรงบอย

ใช่กางเกงในผู้ชายหรือเปล่า ตอบเลยว่า คล้ายกับกางเกงในผู้ชายนั่นเอง เพราะจะเป็นเหมือนกางเกงขาสั้น มีขาลงมา กางเกงในประเภทนี้ เหมาะกับ ชุดที่แนบเนื้ออีกเช่นกัน แต่สามารถเก็บเนื้อส่วนเกินของก้นและสะโพกได้ดีกว่า กางเกงในไร้ขอบแบบธรรมดา

3. กางเกงในสำหรับวันนั้นของเดือน

สาว ๆ คงทราบดีว่า วันแดงเดือดนั้น ไม่สามารถกำหนดเวลาได้ บางครั้งก็มาแบบไม่ทันตั้งตัว เพราะฉะนั้น การที่คุณสาว ๆ จะมีกางเกงในสำหรับวันนั้นของเดือน ก็จะสามารถช่วยให้การซักกางเกงในนั้นง่ายขึ้น เพราะกางเกงในประเภทนี้จะมีผ้าอีกชั้นมารองรับ ส่วนมากเป็นผ้าสีขาว เนื้อลื่น ๆ เพื่อให้แตกต่างจากกางเกงในปกติ ซึ่งกางเกงในประเภทนี้ ก็สามารถใส่ได้ทุกวัน หากสาว ๆ บางท่านกังวลกับตกขาว หรือ จะใส่ในวันแดงเดือดอย่างเดียวก็ได้ไม่ว่ากัน

4. กางเกงในจีสตริง

หลายท่านอาจคุ้นเคยกับกางเกงในจีสตริง เนื่องจาก สาว ๆ ที่ชอบความเซ็กซี่มักจะเลือกใส่กางเกงในประเภทนี้อยู่บ่อย ๆ  แต่ทว่า ข้อดีนอกจากความเซ็กซี่ ก็คือ ทำให้คุณดูเหมือนไม่ใส่กางเกงในนั่นเอง อ้าว!! แล้วต่างอย่างไรกับกางเกงในไร้ขอบล่ะ กางเกงในจีสตริง เหมาะกับกระโปรงหรือเดรสที่พอดีตัวมาก ๆ หรือ แนบเนื้อแบบมาก ๆ กางเกงในประเภทนี้ จะช่วยให้เน้นความชัดของก้นเด้ง ๆ ให้มีมากขึ้น นอกจากจะช่วยทำให้ไม่ดูน่าเกลียดเวลาที่ใส่ชุดแนบเนื้อแล้วยังช่วยเพิ่มความเซ็กซี่ได้ดีในระดับหนึ่งอีกด้วย

เชื่อว่า คุณผู้อ่านหลายท่านเมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ ก็คงจะหายสงสัยกันแล้วว่า วิธีการเลือกกางเกงในแต่ละแบบนั้นแตกต่างกันอย่างไร กางเกงในแบบใด เหมาะสำหรับใส่กับชุดการแต่งกายแบบใด อย่างไรก็ตามบอกเลยว่านอกจากประเภทของกางเกงในแล้ว การเลือกสีกางเกงใน และเนื้อผ้าก็เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญไม่แพ้กัน

รู้จักกับ Sport Photography แนวการถ่ายภาพที่หลายคนหลงใหล

Sport Photography หรือการถ่ายภาพกีฬา เป็นอีกหนึ่งแนวทางการถ่ายภาพที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากช่างภาพทั่วทุกสารทิศ ไม่ว่าจะเป็นช่างภาพมืออาชีพหรือมือสมัครเล่น เนื่องจากการถ่ายภาพจัดเป็นหนึ่งในงานอดิเรกอันดับต้น ๆ ในบรรดางานอดิเรกที่ผู้คนนิยมทำกันในช่วงเวลาที่ว่างเว้นจากการทำงานหลักที่ใช้เป็นอาชีพหาเลี้ยงครอบครัว แต่ก็มีบ้างเหมือนกันที่บางคนเปลี่ยนงานอดิเรกชนิดนี้ให้กลายมาเป็นอาชีพที่สองเพื่อหารายได้เสริม เกริ่นกันมาขนาดนี้แล้วหลายคนคงอยากจะรู้กันแล้วใช่ไหมว่าเจ้า Sport Photography นี้เค้าทำกันอย่างไร และหากอยากลองมีงานอดิเรกที่เกี่ยวกับกีฬาแบบนี้นั้น จะต้องรู้หรือศึกษาข้อมูลอะไรเบื้องต้นเพื่อเป็นใบเบิกทางสำหรับการเริ่มต้นเข้าสู่แวดวงการถ่ายภาพประเภทนี้ ไปไขข้อสงสัยเหล่านี้กันได้เลย

การถ่ายภาพแบบไหนถึงเรียกว่า Sport Photography ต้องใช้เทคนิคหรืออุปกรณ์อะไรบ้างเข้าช่วย

Sport Photography เป็นหนึ่งในการถ่ายภาพอิริยาบถรูปแบบหนึ่ง หรือที่หลายคนเรียกกันว่า “การถ่ายภาพแอ็คชัน” โดยการถ่ายภาพประเภทนี้จะเน้นที่การเก็บโมเมนต์ในแต่ละช่วงเวลาของการเคลื่อนไหว ในที่นี้ก็หมายถึงการเคลื่อนไหวของเหล่านักกีฬาต่าง ๆ และเทคนิคที่ช่วยให้ได้ภาพสปอร์ตแอ็คชันเหล่านี้มาก็คือการควบคุมความเร็วของชัตเตอร์ ซึ่งความเร็วชัตเตอร์ หมายถึง ระยะเวลาเปิดรับแสงเข้ามายังเซ็นเซอร์ในตัวกล้อง โดยทั่วไปแล้วความเร็วของชัตเตอร์ที่มีในกล้องทั่ว ๆ ไป มักจะระบุค่าเป็นวินาทีหรือเศษส่วนวินาที เช่น 1 วินาที 1/4 วินาที 1/250 วินาที เป็นต้น ยิ่งความเร็วชัตเตอร์สูงมากเท่าไรก็ยิ่งมีโอกาสหยุดการเคลื่อนไหวของตัวแบบ และได้ภาพที่ดี ๆ ในอิริยาบถต่าง ๆ ได้สูงมากเท่านั้น

นอกจากการควบคุมความเร็วชัตเตอร์แล้วนั้น โดยส่วนมากแล้วช่างภาพแนวสปอร์ตมักจะใช้ฟังก์ชันการควบคุมความไวแสง ISO ควบคู่ไปด้วยเสมอ เพราะค่าความไวแสง ISO เป็นค่าที่มีไว้สำหรับใช้ควบคุมความไวต่อแสงของเซ็นเซอร์ภาพ ยิ่งมีค่าความไวแสงมาก ก็ยิ่งสามารถถ่ายภาพในที่มืดได้ดีมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นช่างภาพที่ถ่ายรูปกีฬาจึงมักควบคุมค่าความเร็วชัตเตอร์และค่า ISO ให้มีค่าสูง ๆ เพื่อให้สามารถได้ภาพอย่างที่ตนต้องการ แต่สิ่งที่ต้องพึงระวังไว้สำหรับการถ่ายภาพประเภทนี้ในที่มืดก็คือ Noise ซึ่งเป็นจุดภาพที่ทำให้ภาพไม่สม่ำเสมอกันนั่นเอง

และสุดท้ายสิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยสำหรับช่างภาพที่ชอบถ่ายภาพแนวสปอร์ตก็คือเลนส์ถ่ายภาพระยะไกล หรือที่เรียกกันว่า เลนส์เทเล (Telephoto Lens) แน่นอนว่าการถ่ายภาพกีฬาบางชนิด เช่น กีฬาฟุตบอล กีฬาว่ายน้ำ กีฬาวิ่ง ผู้ถ่ายภาพไม่สามารถที่จะเข้าใกล้ตัวนักกีฬาที่เป็นแบบได้มากเท่าไหร่นัก ดังนั้นเลนส์ชนิดนี้จึงจำเป็นและสำคัญมากสำหรับโอกาสการได้ภาพที่เป็นวินาทีสำคัญของเกมการแข่งขัน

เป็นอย่างไรกันบ้างกับความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการถ่ายภาพที่เรียกกันว่า Sport Photography บอกเลยว่ามือใหม่อย่าได้ท้อใจไป เพราะของแบบนี้อยู่ที่การฝึกฝนล้วน ๆ ขึ้นชื่อว่างานอดิเรกในเมื่อรักที่จะทำ แค่ได้ลงมือทำความสุขก็เกิดขึ้นทันทีอยู่แล้ว แต่หากเอาใจใส่มากพอ เชื่อแน่ว่าในวันข้างหน้าคุณอาจจะกลายเป็นรุ่นเก๋าที่มีความเป็นมืออาชีพในวงการถ่ายภาพประเภทนี้ก็เป็นได้

รู้จักของสะสมจากการแข่งขันกีฬา งานอดิเรกที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการออกกำลังกายได้เป็นอย่างดี

หากพูดถึงการออกกำลังกาย ใคร ๆ หลาย ๆ คนต่างก็รู้ว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถบังคับตัวเองให้หมั่นออกกำลังกายได้อย่างต่อเนื่องในทุก ๆ วัน เพราะโดยกระบวนการทางสมองของมนุษย์นั้นมักจะไม่ชอบทำอะไรที่ทำให้สมองหรือร่างกายเกิดอาการเหนื่อยล้าจนเกินไป ซึ่งถือเป็นพื้นฐานการเอาตัวรอดตั้งแต่ยุคโบราณ ดังนั้นเวลาที่ให้เลือกทำระหว่างการนอนอยู่เฉย ๆ การดูทีวี ดูซีรี่ย์ กับการออกจากบ้านเพื่อไปออกกำลังกาย แน่นอนว่าสมองจะสั่งให้มนุษย์เลือกทำสิ่งที่ใช้พลังงานน้อยกว่าอย่างแน่นอน ยกเว้นแต่ว่าใครจะสามารถเอาชนะสัญชาตญาณของตนเองได้ก็เท่านั้น

ดังนั้นเหล่ามนุษยชาติจึงพยายามคิดค้นหาวิธีที่จะหลอกสมอง วิธีที่จะทำให้ตนเองอยากออกกำลังกาย และวิธีหนึ่งที่สามารถใช้เป็นแรงจูงใจ โน้มน้าวสมองได้เป็นอย่างดีก็คือ การมีเป้าหมายในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างจดจ่อนั่นเอง อันจะเห็นได้จากว่ากิจกรรมการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ทำกันเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ก็คือการวิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งระยะสั้น ระยะไกล ต่างก็มีของรางวัล ของที่ระลึกไว้เป็นรางวัลให้กับผู้ที่เข้าเส้นชัยได้สำเร็จ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้เองได้กลายมาเป็นงานอดิเรกของนักกีฬามือสมัครเล่นหลาย ๆ คน เราไปดูกันดีกว่าว่าของสะสมของเหล่านักอยากออกกำลังกายนั้นมีอะไรกันบ้าง

เหรียญรางวัล แน่นอนว่าประเภทกีฬาที่ถูกจัดบ่อยที่สุด ก็คือ กีฬาวิ่ง และทุก ๆ งาน ก็มักจะมีเหรียญรางวัลไว้สำหรับผู้ที่เข้าร่วม และสามารถวิ่งเข้าเส้นชัยตามเวลาที่กำหนดได้สำเร็จ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าคนที่หลงใหลในการวิ่งนั้นแม้ไม่มีเหรียญรางวัลเป็นเครื่องล่อตาล่อใจ พวกเค้าก็พร้อมที่จะฝึกซ้อมเพื่อออกวิ่งกันอยู่แล้ว แต่สำหรับนักอยากวิ่งทั้งหลาย บางทีการได้สะสมเหรียญรางวัลในแต่ละรายการที่ตนไปวิ่งผ่านมาแล้วก็เป็นความภูมิใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ช่วยให้มีแรงที่จะออกมาซ้อมวิ่ง มาออกกำลังกายเพื่อเตรียมความพร้อมในการออกวิ่งรายกายต่อ ๆ ไปได้ดีทีเดียว ยิ่งในยุคที่งานวิ่งมีให้เลือกมากมาย ผู้จัดงานแต่ละงานต่างก็ขนไอเดียในการสร้างสรรค์เหรียญรางวัลให้มีความน่าสนใจและช่วยเป็นเครื่องดึงดูดใจให้มีผู้เข้าร่วมงานเพิ่มมากขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ

ชุดกีฬา นอกจากเหรียญรางวัลแล้ว เสื้อกีฬา หรือชุดกีฬาก็เป็นอีกหนึ่งของสะสมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเล่นกีฬา หรือถึงขนาดที่อาจจะเป็นกองเชียร์ตัวยงในชนิดกีฬาที่ตนชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อทีมฟุตบอล เสื้อทีมบาสเกตบอล หรือทีมวอลเลย์บอล เป็นต้น และสำหรับบางคนที่เคยเป็นนักกีฬาในสมัยอดีต ไม่ว่าจะเป็นสมัยมัธยม หรือมหาวิทยาลัย บางคนก็ยังคงเก็บรักษาชุดกีฬาเหล่านั้นไว้เป็นอย่างดี เพราะเราต่างรู้กันดีว่าของสะสมบางอย่างที่เป็นงานอดิเรกของเราในปัจจุบัน บางชิ้นก็บรรจุเรื่องราวความหลังครั้งอดีตของเราเอาไว้ได้เป็นอย่างดี เชื่อแน่ว่าหากใครมีประสบการณ์ตรงในเรื่องนี้ก็คงจะเข้าใจได้ไม่ยาก

สำหรับการสะสมซึ่งจัดเป็นรูปแบบหนึ่งของงานอดิเรกนั้น ไม่ว่าจะสะสมอะไรไว้ ขอเพียงสิ่งเหล่านั้นช่วยผลักดันให้เราทำสิ่งที่ดี ๆ เช่น การอยากออกกำลังกาย อยากเล่นกีฬา เชื่อแน่ว่าเป็นสิ่งที่ไม่เสียเปล่าอย่างแน่นอน เพราะอย่างน้อยนอกจากความผ่อนคลายที่ได้จากการทำสิ่งที่รักแล้ว ยังช่วยให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นได้อีกด้วย แล้วคุณล่ะมีของสะสมที่ช่วยให้อยากออกกำลังกายบ้างแล้วหรือยัง

2 ชนิดกีฬาที่กลายมาเป็นงานอดิเรกที่สาว ๆ หลายคนชื่นชอบ

ถ้าพูดถึงผู้หญิงกับงานอดิเรกยามว่างแล้วนั้น หลายคนก็อาจจะนึกถึงเรื่องงานครัว หรือเรื่องความเป็นแม่บ้านแม่เรือนมาเป็นอันดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหาร การทำขนม การจัดดอกไม้ หรือกระทั่งการเย็บปักถักร้อยแบบที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ถูกคาดหวังให้มีความสามารถ มีทักษะเหล่านี้อยู่ในตัว เอาไว้ใช้คอยดูแลเรื่องต่าง ๆ ในบ้านในครอบครัวให้เรียบร้อยเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของคุณสามีและลูก ๆ ในอนาคตนั่นเอง แต่ต้องบอกเลยว่าเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนแปลง จริงอยู่ที่งานอดิเรกของผู้หญิงบางคนก็ยังคงเป็นอะไรที่กล่าวมาข้างต้นอยู่บ้าง แต่ก็มีผู้หญิงหลายคนไม่น้อยเหมือนกันที่มีงานอดิเรกนอกบ้านแบบอื่น ๆ สำหรับบทความนี้จะพาคุณผู้อ่านไปรู้จักกับ 2 ชนิดกีฬาที่กลายมาเป็นงานอดิเรกที่สาว ๆ หลายคนชื่นชอบ จะมีอะไรบ้างนั้นตามไปดูกันได้เลย

1.การปั่นจักรยาน เป็นการออกกำลังกายรูปแบบหนึ่งที่ช่วยให้ระบบการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจทำงานได้เป็นปกติดี เป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่ผู้คนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีมาตั้งแต่เด็ก ๆ กีฬาชนิดนี้กลายมาเป็นกีฬาที่ผู้หญิงหลายคนให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นกีฬาที่ไม่ต้องใช้แรงอะไรมากมายนัก แต่สามารถช่วยให้ร่างกายเคลื่อนไว้ได้แทบทุกส่วน อีกทั้งประโยชน์ของกีฬาชนิดนี้มีมากมายนอกเหนือไปจากการได้สุขภาพที่ดี อาทิ ช่วยลดพลังงานให้โลกได้ เช่น บางคนที่อาจจะปั่นจักรยานไปทำงาน หรือไปซื้อของเล็ก ๆ น้อย ๆ ใกล้บ้าน ช่วยให้ร่างกายเกิดความผ่อนคลาย เพราะบางครั้งสองข้างทางที่ปั่นจักรยานนั้น ก็ทำให้เราได้เห็น ได้มองอะไรเพิ่มเติมนอกจากช่วงเวลาปกติ แถมยังเป็นกีฬาที่ใช้รวมพลกับเพื่อน กลุ่มแก๊งไปแฮงค์เอาท์กันตามต่างจังหวัดเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศได้ดีอีกรูปแบบหนึ่งด้วย

2.การปีนหน้าผา ไม่ว่าจะเป็นการปีนหน้าผาจริง ๆ หรือว่าหน้าผาจำลองก็ตาม บอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่เป็นงานอดิเรกที่สาว ๆ หลายคนชื่นชอบเป็นอย่างมาก เพราะกีฬาชนิดนี้นั้นนอกจากจะให้เรื่องความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดีแล้ว ยังเป็นกีฬาที่ใช้ฝึกทักษะการคิดแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เนื่องจากการปีนหน้าผานั้น ผู้ปีนจำเป็นจะต้องคิดอยู่ตลอดเวลาว่าจะทำยังไงให้ตัวเองสามารถปีนขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของหน้าผานั้น ๆ ได้ นอกจากนี้ยังเป็นกีฬาที่สามารถใช้ทดสอบจิตใจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่ากีฬาชนิดนี้นั้นต้องอาศัยความกล้าเพื่อที่จะเอาชนะความกลัวในเรื่องของความสูง และเชื่อเถอะว่าเมื่อใดก็ตามที่คุณมีครั้งแรกในการปีนขึ้นไปถึงจุดยอดสุดของหน้าผาที่คุณปีน เมื่อนั้นคุณจะอดติดใจและอยากเสพความสำเร็จแบบนั้นอีกไม่ได้อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตามนอกจาก 2 ชนิดกีฬาที่นำมาแนะนำกันแล้ว สำหรับคุณผู้หญิงท่านใดที่สนใจอยากมีงานอดิเรกเกี่ยวกับกีฬา ก็อาจจะลองหาข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ เพราะกีฬาบนโลกนี้ยังมีให้ลองอีกมากมายหลากหลายชนิด ลองไปเรื่อย ๆ จะได้รู้ว่าชอบกีฬาชนิดใดมากที่สุดนั่นเอง

รู้จัก “โยคะ” หนึ่งในงานอดิเรกเกี่ยวกับกีฬาที่มีประโยชน์มากมาย

โยคะ (Yoga) คือ วิธีหนึ่งที่ใช้ฝึกเพื่อมุ่งเน้นการรวมร่างกาย กับจิตวิญาณเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน การฝึกโยคะสามารถช่วยให้การทำงานของร่างกายประสานกับจิตใจได้ดียิ่งขึ้น เกิดจากการที่ต้องมีใจจดจ่อกับลมหายใจขณะที่ยืดเหยียดร่างกายด้วยโยคะท่าต่าง ๆ กิจกรรมชนิดนี้จัดเป็นงานอดิเรกเกี่ยวกับกีฬาชนิดหนึ่งที่หลายคนชื่นชอบ และกำลังเป็นที่นิยมจากผู้คนส่วนใหญ่ในสังคม ไม่ว่าจะเป็นสังคมวัยรุ่น วัยทำงาน หรือผู้สูงอายุ เพราะเป็นกิจกรรมที่สามารถทำได้ง่าย สะดวก ใช้เวลาไม่มากมายอะไรนัก แล้วที่ว่าเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวกับกีฬานั้นมันเป็นยังไงไปหาคำตอบกันได้เลย

โยคะสำคัญกับการออกกำลังกายหรือการแข่งขันกีฬาอย่างไรไปดู

เราทุกคนทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่าขั้นตอนการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพเฉย ๆ หรือการออกกำลังกายเพื่อฝึกฝน ฝึกซ้อมสำหรับการแข่งขันกีฬานั้น สิ่งหนึ่งที่จะขาดไปไม่ได้เป็นอันขาด ก็คือ การอบอุ่นร่างกาย (Warm Up) ทั้งก่อนและหลังการออกกำลังกายทุกครั้ง เพื่อให้กล้ามเนื้อร่างกายเกิดความยืดหยุ่นเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมให้ร่างกาย ลดอาการบาดเจ็บต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการออกกำลังกายได้ดีอีกด้วย และโยคะก็เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สามารถใช้ในการช่วยยืดเหยียดร่างกาย ช่วยให้มัดกล้ามเนื้อในร่างกายผ่อนคลายลงได้นั่นเอง แถมโยคะยังเป็นกิจกรรมที่ไม่จำเป็นต้องมีการใช้แรงหรือต้องกระแทกมากจนเกินพอดีอีกด้วย ช่วยลดอาการบาดเจ็บต่าง ๆ ที่อาจส่งผลเสียต่อร่างกายในภายหลังได้ดีเลยทีเดียว เราไปดูกันดีกว่าหากมีงานอดิเรกเป็นการเล่นโยคะ เราจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง

รู้หรือไม่ ประโยชน์ที่ได้แน่ ๆ จากการเล่นโยคะ

1.ฝึกสมาธิ อย่างที่กล่าวไปแล้วในตอนต้นว่า โยคะ ต้องอาศัยการโฟกัสที่ลมหายใจเข้าออกระหว่างที่ยืดเหยียดร่างกายด้วยท่าโยคะต่าง ๆ ดังนั้นสิ่งนี้เองที่จะทำให้ร่างกายเกิดสมาธิ ซึ่งจะช่วยให้เรามีจิตใจจดจ่อ รู้จักฝึกความอดทน สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้

2.ลดอาการปวดเมื่อย ซึ่งอาจเกิดจากอาการออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome) และอาการปวดไมเกรนลงได้ เนื่องจากอาการเหล่านี้สาเหตุส่วนใหญ่เกิดมาจากการที่เลือดลมเดินได้ไม่ค่อยสะดวกเหมือนปกติ อาจเพราะใช้ร่างกายหรือสมองอย่างหนักหน่วงเกินไป การเล่นโยคะจะช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย หลอดเลือดขยาย เลือดลมเดินได้สะดวกมากขึ้น ช่วยลดอาการดังกล่าวได้ดีอีกทางหนึ่ง

3.ช่วยเพิ่มความสมดุลให้กับร่างกายได้ดี เนื่องจากกีฬาบางชนิดนั้นอาจจะใช้ร่างกายข้างที่ถนัดแต่เพียงด้านเดียวในการออกกำลัง เช่น การเล่นแบดมินตัน เทนนิส เทเบิลเทนนิส เป็นต้น ทำให้อวัยวะข้างที่ใช้บ่อยมีขนาดใหญ่กว่าอีกข้าง แต่การเล่นโยคะเป็นการใช้กล้ามเนื้ออย่างสมดุลทั้งสองข้าง จึงเป็นอีกวิธีที่ช่วยแก้ไขเรื่องความไม่สมดุลของร่างกายได้เป็นอย่างดี

เป็นอย่างไรกันบ้างกับความรู้เรื่องโยคะที่นำมาฝากกัน สำหรับใครที่เล่นโยคะอยู่แล้วก็คงจะเป็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่าเจ้างานอดิเรกชนิดนี้นั้นมีประโยชน์มากมายจริง ๆ ซึ่งนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้นก็ยังมีประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย ถ้าให้ดีที่สุดอยากให้คุณผู้อ่านลองเปิดใจหันมาเล่นโยคะกันดูซักครั้ง เพื่อเป็นการพิสูจน์ประโยชน์ด้วยตัวเองโดยตรงนั่นเอง

รู้จักกับ “Skateboard” งานอดิเรกที่เหล่าดาราชื่นชอบ

Skateboard (สเก็ตบอร์ด) เป็นหนึ่งในชนิดกีฬาที่เป็นงานอดิเรกที่วัยรุ่นส่วนใหญ่นิยมชมชอบเป็นอย่างมาก เนื่องจากกีฬาชนิดนี้นั้นนอกจากจะเป็นการออกกำลังกายรูปแบบหนึ่งแล้ว ยังช่วยให้ผู้เล่นดูมีความเท่ ความคูลเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย เนื่องจากเจ้ากีฬาชนิดนี้นั้นเป็นเสมือนอุปกรณ์ประจำตัวของเหล่าแฟชั่นสายสตรีทในหมู่วัยรุ่นต่างประเทศนั่นเอง

รู้หรือไม่ว่าการเล่น Skateboard นั้นเกิดขึ้นครั้งแรก ๆ เมื่อปี ค.ศ. 1950 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในแถบรัฐ California ซึ่งมีจุดเริ่มต้นการเล่นมาจากการดัดแปลงเอาอุปกรณ์ที่ใช้เล่นกีฬาเซิร์ฟเล่นกันในทะเลเปลี่ยนมาเล่นบนพื้นดินตามท้องถนนทั่วไป จึงไม่น่าแปลกใจอะไรที่ลักษณะของบอร์ดที่ใช้เล่นกีฬาประเภทนี้จะไปละม้ายคล้ายกันกับบอร์ดของกีฬาเซิร์ฟ อย่างไรก็ตามในประเทศไทยเองกีฬาชนิดนี้ก็อาจจะยังแพร่หลายอยู่เพียงเฉพาะกลุ่ม แต่ไม่นานมานี้การเล่น Skateboard นั้นกำลังเป็นที่ฮิตฮอตเล่นกันในหมู่ดารานักร้อง ยกตัวอย่างเช่น เต้ย จรินทร์พร ไอซ์ อภิษฏา นท The Star 7 และพะแพง AF4 เราไปดูกันดีกว่าว่าอะไรเป็นสาเหตุให้เหล่าดารานักร้องเหล่านี้ต่างชื่นชอบในการเล่น Skateboard

เพราะเหตุใดผู้คนจึงนิยมเล่น Skateboard

1.กีฬาสุดท้าทายที่ใคร ๆ ก็ต้องอยากลอง บอกเลยว่าที่เห็นคนมากมายชอบเล่นกีฬา Skateboard นั้น ไม่ใช่ทุกคนที่จะเล่นได้ดีและเก่งตั้งแต่เริ่มต้นเล่น เพราะกีฬาชนิดนี้ต้องอาศัยการทรงตัวที่ดี และต้องรู้จักการบังคับทิศทาง พลิกแพลงท่าทางการเล่นที่มีให้เข้ากับตนเองให้มากที่สุด เป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่ท้าทายความสามารถไม่ใช่น้อย

2.กีฬาประจำแก๊ง อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่าโดยมากนั้นกีฬาชนิดนี้มักจะนิยมเล่นกันในหมู่วัยรุ่นเป็นส่วนใหญ่ และเนื่องจากว่าเจ้าอุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่นอย่างบอร์ดนั้นถือเป็นพร็อพประจำตัวของสายสตรีท การรวมตัวเล่นกันในหมู่เพื่อน ๆ จึงสร้างความสนุกสนานครื้นเครง สร้างมิตรภาพที่ดีในหมู่มิตร ตลอดจนสร้างสุขภาพที่ดีไปได้พร้อม ๆ กัน

3.เหมือนได้ย้อนวัยกลับไปสู่ความสนุก บอกเลยว่าถึงแม้ว่า Skateboard จะได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงจากหมู่วัยรุ่น แต่ก็อาจจะมีบ้างที่เห็นผู้คนหนุ่มสาววัยทำงานที่มีอายุเลยช่วงวัยรุ่นขึ้นมาบ้างแล้ว ต่างก็ให้ความสนใจ และหันกลับมาเล่นกีฬาประเภทนี้กัน หลัก ๆ ก็คือความสะดวกในการเล่น เพราะแค่เพียงมีบอร์ด ไม่ว่าจะเป็นถนนในหมู่บ้าน หรือตามสวนสาธารณะต่าง ๆ ก็สามารถที่จะเล่นกันได้ในครอบครัว เป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนในช่วงวัยที่ต่างกันได้อีกช่องทางหนึ่ง

อย่างไรก็ตามเมื่อคุณผู้อ่านทุกท่านได้ทำความรู้จักกับกีฬาประเภทนี้กันไปแล้ว ไม่ว่าคุณจะอยากเล่น Skateboard เพื่อเป็นงานอดิเรกสำหรับผ่อนคลาย หรืออยากจริงจังถึงขั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญในการเล่น Skateboard ก็ตาม อย่าลืมระมัดระวังตัวในการเล่นกันด้วย เนื่องจากกีฬาชนิดนี้นั้นหากเล่นไม่ระวังอาจส่งผลให้เกิดอาการบาดเจ็บขึ้นได้นั่นเอง

อุปกรณ์เสริมสำหรับสาวเฮลท์ตี้ พกง่าย สบายกระเป๋า หาซื้อไม่ยุ่งยาก

คงมีสาว ๆ สายเฮลท์ตี้ไม่น้อยในปัจจุบันที่แผ่ขยายตัวไปอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าตารางเวลาในชีวิตประจำวันจะยุ่งแค่ไหน ก็ยังเจียดเวลาไปออกกำลังกายได้อยู่เสมอ แต่ไม่ว่าการไปออกกำลังกายจะแสดงถึงความเฮลท์ตี้มากแค่ไหน ก็ยังไม่เท่ากับการพกอุปกรณ์เสริมที่ส่งเสริมความสวยและสุขภาพดีหรอกจริงไหม? โดยวันนี้เราจะมาบอกต่ออุปกรณ์เสริมสำหรับสาวเฮลท์ตี้ที่ควรมีไว้ติดตัว พกง่าย ไม่ยุ่งยาก แถมยังหาซื้อได้ตามร้านสรรพสินค้าทั่วไป

กระติกน้ำ

กระติกน้ำ เป็นอีกหนึ่งอย่างที่สาว ๆ หลายคนเริ่มหันมาใส่ใจและพกพากันมากขึ้น เพราะสามารถช่วยลดโลกร้อนจากการซื้อขวดพลาสติก แถมยังเป็นการส่งเสริมสุขภาพให้ไม่ขาดน้ำ เติมความชุ่มชื้นให้กับร่างกายและผิวด้วยการจิบน้ำทีละน้อย ๆ ตลอดทั้งวัน ปัจจุบันหาซื้อกระติกน้ำที่มีออฟชั่นต่าง ๆ มากมายได้ในราคาที่ไม่แพงมาก และมีการดีไซน์ให้สวยทันสมัย ใครเป็นสาวสายเฮลท์ตี้แล้วยังไม่มีไอเทมชิ้นนี้ถือว่าพลาด

รองเท้าออกกำลังกาย

รองเท้าออกกำลังกาย กลายเป็นอีกหนึ่งเฟชั่นที่สามารถสวมใส่กับชุดทำงานหรือชุดลำลองได้เลยไม่ต้องมานั่งพกแยกให้ยุ่งยาก สาว ๆ หลายคนลงทุนซื้อรองเท้าดี ๆ เพราะจำเป็นต้องใส่เดินทั้งวัน ป้องกันปัญหาน่องปูดกระดูกโปนด้วยการใส่รองเท้าที่ดีต่อสุขภาพ แถมมีเวลาเหลือก็ยังแวะฟิตเนสออกกำลังกายได้เลยไม่ต้องเสียเวลากลับบ้านไปเปลี่ยนรองเท้าอีก เสียเงินครั้งเดียวได้ประโยชน์ถึงสอง!

หูฟังไร้สาย

ดูเหมือนเป็นอุปกรณ์ที่ไม่เข้าพวก แต่หูฟังเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์เสริมที่สาว ๆ สายเฮลท์ตี้ขาดไม่ได้ ยามออกไปวิ่งหรือเข้าฟิตเนสคนเดียว ก็ได้เพลงในโทรศัพท์คอยอยู่เป็นเพื่อน แถมยังทำให้การออกกำลังกายสนุกมากขึ้น สาว ๆ คนใดที่ยังไม่มีหูฟังไร้สายไว้ในครอบครองก็หาซื้อมาไว้ได้แล้ว การออกกำลังกายจะได้มีสีสันขึ้นแล้วก็ไม่น่าเบื่อยังไงล่ะ

หมวก

หมวกเป็นอุปกรณ์ที่พกพาง่ายได้ประโยชน์หลายอย่าง ไม่ว่าจะทั้งป้องกันแดด ป้องกันผมไม่ให้โดนมลภาวะ และในยามออกกำลังกายก็ยังช่วยเก็บผมต่าง ๆ ให้ไม่มาปิดหน้าปิดตา สร้างความสะดวกสบายในการออกกำลังกายมากขึ้นนั่นเอง เป็นอุปกรณ์ที่สาว ๆ หลายคนมีติดบ้านกันอยู่แล้ว จะหมวกแบบไหน สไตล์ใดก็ได้ พกไว้โก้ ๆ แถมยังได้ประโยชน์ด้วยนะ

อุปกรณ์ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้สามารถนำไปปรับเปลี่ยนได้ให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองในแต่ละวัน ไม่จำเป็นต้องทำตามจนมากเกินความพอดี แต่ถ้าหากใครไม่ทำเลยก็ลองปรับเปลี่ยนมาใส่ใจตัวเองให้มากขึ้นทีละนิด สุดท้ายแล้วการรักสุขภาพเราก็ไม่ได้ทำเพื่อใคร แต่เป็นการทำทั้งหมดก็เพราะว่ารักตัวเองและหวังดีกับตัวเองล้วน ๆ จริงไหมล่ะสาว ๆ

Credit : https://pixabay.com/photos/bottle-closeup-drink-exercise-4013294/

วิธีการเลือกชุดว่ายน้ำให้เหมาะสม ใส่แล้วสวย ผิวไม่ดำ ออกกำลังได้อย่างเต็มที่

กีฬาว่ายน้ำ เป็นอีกหนึ่งกีฬาที่ช่วยลดไขมันได้ทุกสัดส่วนของร่างกายในเวลาเดียวกัน ไม่ทำให้ข้อต่าง ๆ ของร่างกายเสื่อมสภาพ แถมยังไม่เหนียวเหนอะหนะตัวไม่ว่าเราจะใช้เวลาออกกำลังมากแค่ไหนก็ตาม จนกลายเป็นกิจกรรมโปรดของใครหลายคนไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ เห็นสระว่ายน้ำเมื่อไหร่ก็พร้อมลุยกันเต็มที่เลยทีเดียว

แต่หลายคนยังไม่ทราบถึงวิธีการเลือกชุดว่ายน้ำที่เหมาะสมกับตนเอง โดยเมื่อเลือกไม่เหมาะหรือเลือกไม่ถูกต้องตามลักษณะที่เหมาะสมแล้ว จะทำให้การว่ายน้ำส่งผลเสียมากมาย เปลี่ยนจากกีฬาสนุกเป็นกีฬาเจ้าปัญหาไปซะได้

วิธีการเลือกชุดว่ายน้ำที่ถูกต้องเป็นอย่างไร

การเลือกชุดว่ายน้ำให้ถูกต้องมีหลักเกณฑ์ง่าย ๆ เพียงไม่กี่ข้อ ซึ่งสาว ๆ ควรจำไว้เป็นทริคในการเลือกซื้อ เพราะการลงทุนซื้อชุดว่ายน้ำดี ๆ ก็จะสามารถอยู่กับผู้ใส่ได้อีกนานหลายปี แถมยังช่วยส่งเสริมศักยภาพการออกกำลังกายให้บาดเจ็บน้อยลงอีกด้วย โดยสามารถแบ่งเกณฑ์ได้ดังนี้

-มีผ้าที่ยืดหยุ่น ไม่หนาไป  ไม่บางไปและไม่อุ้มน้ำ

ถ้ายืนเลือกชุดว่ายน้ำอยู่แล้วไม่แน่ใจว่าผ้าที่กำลังเลือกเป็นผ้าที่เหมาะสมแก่การสวมใส่หรือไม่ ให้นำฝ่ามือทาบลงที่เนื้อผ้า ดึงผ้าให้ตึงกระชับแล้วใช้มือขยุ้มเนื้อผ้าดู ถ้าหากผ้าที่มีความบางจะรู้สึกได้ว่าความตึงด้านหน้ามีน้อย แต่ถ้าหากหนาไปผ้าจะมีสภาพหนักและไม่ค่อยโอบรัดรอบฝ่ามือนั่นเอง

-เลือกไซส์ที่มีขนาดพอดี ไม่ใหญ่ไป ไม่เล็กไป

นี่คือข้อสำคัญมาก ๆ เพราะชุดว่ายน้ำที่มีขนาดพอดีไปกับสรีระจะทำให้การว่ายน้ำรู้สึกสบายคล้ายไม่ได้สวมใส่อะไรอยู่เลย จึงทำให้เราสามารถออกกำลังกายได้นานขึ้น และไม่รู้สึกรำคาญชุดที่ใส่

-เลือกสายยางยืดบริเวณแขนที่ไม่แข็ง ไม่ตึงจนเกินไป

ในกรณีที่ใครไม่ได้ซื้อชุดว่ายน้ำแขนยาว และต้องใส่แขนสั้นหรือสายเดี่ยว ก่อนซื้อแนะนำให้ลองยืดบริเวณสายดู เพราะการใส่ชุดว่ายน้ำที่มียางยืดแข็งและรั้งไหล่ตลอดเวลา อาจทำให้ไหล่เกิดอาการบาดเจ็บได้ในขณะว่ายน้ำ ผู้ที่ว่ายเป็นประจำหรือเป็นนักกีฬาควรใส่ใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ

-เลือกชุดว่ายน้ำที่มีแขนยาว

ใครที่ห่วงว่าตัวเองจะมีผิวดำ ผิวแห้ง หรือแพ้น้ำคลอรีนต่าง ๆ การใส่ชุดว่ายน้ำแขนยาวช่วยคุณได้ เพราะนอกจากจะปกคลุมแขนของเราไม่ให้สัมผัสกับแดดโดยตรงแล้ว ผ้ายืดที่แนบกระชับไปกับผิวยังช่วยลดการที่ฝุ่นหรือสิ่งสกปรกในน้ำจะมาโดนผิวเราอีกด้วย จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับใครหลายคนที่ต้องว่ายน้ำกลางแจ้งเป็นประจำ

ชุดว่ายน้ำแม้เป็นชุดไม้ตายที่สาว ๆ หลายคนไว้แสดงออกถึงแฟชั่นและรสนิยมของตนเองแล้ว ก็ควรจะเป็นชุดที่ช่วยส่งเสริมศักยภาพให้ออกกำลังกายได้สนุกขึ้นด้วย รู้แล้วก็อย่าลืมนำเคล็ดลับวันนี้ไปใช้กันล่ะ

Credit : https://pixabay.com/photos/woman-sitting-poolside-swimming-918532/

จับคู่สีชุดออกกำลังกายให้เปรี้ยวจี๊ดถึงใจ ไม่ว่าใครก็ต้องเหลียวมอง

เมื่อพูดถึงชุดออกกำลังกายสำหรับสาว ๆ หลายคนเป็นต้องตาลุกวาวแน่นอน เพราะชุดออกกำลังกายสวย ๆ ต่างดีไซน์แบบใหม่ ๆ มาล่อตาล่อใจจนอยากจะซื้อแทบตายอยู่แล้ว แต่ก่อนจะซื้อชุดตัวเก่ง วันนี้เรามีเคล็ดลับการจับคู่สีชุดออกกำลังกายให้เปรี้ยวจี๊ดถึงใจ ใส่ได้ทุกวันไม่มีเบื่อ ใครเห็นเป็นต้องเหลียวมองด้วยความอิจฉา

ก่อนที่เราจะพูดถึงวิธีการจับคู่สีของชุดออกกำลังกาย เราควรมาทำความรู้จักกันก่อนว่าชุดออกกำลังกายสามารถแบ่งได้เป็นกี่ประเภทและอะไรบ้าง โดยเราสามารถแบ่งชุดสำหรับออกกำลังกาย โดยแบ่งออกเป็นใหญ่ ๆ ได้ 3 ประเภทคือ ขายาว ขาสั้น และขาสามส่วน ส่วนอีกแบบที่เรามักจะเห็นนักวิ่งมาราธอนใส่บ่อย ๆ คือ ขาสั้นผ้าร่มที่มีเลกกิ้งทับอยู่ด้านใน เพิ่มความทะมัดทะแมงในการเคลื่อนไหวที่มากขึ้นนั่นเอง 

โดยทั้งสามแบบต่างก็สามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมของประเภทกีฬาที่เลือกเล่น หรือความเหมาะสมคล่องตัวของผู้สวมใส่ เช่น การปั่นจักรยาน การเต้นซุมบ้า หรือการเล่นพิลาทีส เป็นต้น ซึ่งกีฬาบางชนิดหรือบางกิจกรรมอาจจำเป็นต้องจะต้องใช้ความคล่องตัวเยอะ หรือป้องกันการบาดเจ็บในการออกกำลังกาย ดังนั้นก่อนซื้อควรทำความเข้าใจกับกีฬาที่ตัวเองเลือกเล่นให้ดี ดังนั้นเมื่อทำความเข้าใจเรื่องประเภทชุดแล้ว ก็สามารถเลือกสีตามใจชอบกันได้เลย

1. แดง-กรมท่า

สีแดงเป็นสีที่ดีในการที่ทำให้เมื่อเราเห็นแล้วก็รู้สึกตื่นและมีพลัง เมื่อจับคู่กับสีกรมท่าที่มีความขรึม ยามสวมใส่จะช่วยช่วยพรางให้ช่วงลำตัวผอมเพรียวไม่มีส่วนหย่อนคล้อย ใครอยากดูเฟิร์มในชุดออกกำลังกายก็ควรแมทช์คู่สีขรึมเอาไว้ด้วย จะได้มั่นใจ

2. เขียวทะเล-เหลือง

เป็นคู่สีที่แสดงออกถึงความสดใส เพราะนอกจากจะทำให้เห็นแล้วอยากใส่สุด ๆ ยังทำให้รู้สึกสวมใส่แล้วจะมีพลังมาก ๆ อีกด้วย เหมาะสำหรับคนที่หุ่นบางหน่อย ใส่แล้วจะได้โชว์ทุกสัดส่วนเพราะเป็นสีสว่าง สาว ๆ สายสดใสถูกใจสิ่งนี้แน่นอน

3. ม่วงพาสเทล-ชมพูช็อกกิงพิงค์

ฟังเหมือนไม่เข้า แต่เป็นคู่สีที่ใส่ออกมาแล้วสวยโดดเด่นอย่าบอกใคร เพราะสีชมพูแสบสันจะเด่นสะดุดตาขับให้ผิวขาว แต่ก็ยังมีม่วงอ่อน ๆ มาช่วยดร็อป สวมใส่แล้วดูดีมีสไตล์ขึ้นมาทันตาเห็น

3 คู่สีที่เรานำมาฝากในวันนี้ถือเป็น 3 คู่สีที่ครอบคลุมสำหรับการใส่ชุดทุกแบบ ไม่ว่าจะแมทช์แบบไหนก็ออกมาดูสวยถูกใจใคร ๆ ก็ต้องเหลียวมอง ที่สำคัญการเลือกใส่คู่สีที่ถูกต้องยังทำให้ผิวพรรณสาว ๆ ผุดผ่องมากขึ้น ไม่ต้องกลัวเรื่องหุ่นจะไม่เป๊ะแล้วขาดความมั่นใจ เพราะเพียงแค่ใส่คู่สีที่ใช่สไตล์ก็กินขาดแล้ว

Credit : https://pixabay.com/photos/adult-body-close-up-exercise-fit-1867743/

แชร์เคล็ดลับการเลือกครีมกันแดดที่เหมาะกับการออกกำลังกาย จะออกแดดจัดแค่ไหนก็ไม่กลัว

แดดกับการออกกำลังกายเรียกได้ว่าแทบจะเป็นของคู่กัน ใครที่โชคดีได้ออกกำลังกายในยิมไม่โดนแดดก็โชคดีไป แต่สำหรับใครที่ชอบเล่นกีฬากลางแจ้งเนี่ยสิปัญหาใหญ่ เพราะนอกจากจะร้อนทรมานแล้วผิวก็ยังเสียไปด้วย แต่ไม่ต้องเป็นกังวลอีกต่อไป เพราะในปัจจุบันก็มีนวัตกรรมจากครีมกันแดดมากมายให้พวกเราได้เลือกใช้ให้เหมาะสม แต่กีฬาประเภทไหนจะต้องใช้ครีมกันแดดป้องกันเท่าไหร่กันบ้าง เราไปดูพร้อม ๆ กันเลย

เรียนรู้วิธีการอ่านค่าของครีมกันแดด แรกเริ่มพื้นฐานที่สาว ๆ คนไหนก็ไม่ควรพลาด

ก่อนจะทำความเข้าใจเรื่องค่า SPF และค่า PA+ นั้น สาว ๆ ควรรู้จักเจ้ารังสีสองตัวที่มาพร้อมกันกับแดดเสียก่อน นั่นก็คือ รังสี UVA และ รังสี UVB ซึ่งทั้งสองรังสีนั้นต่างก็ทำลายเม็ดสีผิวของเราจากที่ขาวกระจ่างใสให้หมองคล้ำ แถมยังทำลายเซลล์ผิวชั้นในให้ได้รับบาดเจ็บจนแสบเคืองนั่นเอง โดยสิ่งที่สามารถช่วยป้องกันการผิวเราจากรังสีเหล่านั้นได้ก็คือ

-SPF : ปกป้องผิวเราจากรังสี UVA โดยปกติค่า SPF วิธีการดูให้เรานำเลข 30 คูณกับจำนวนเลขด้านหลังของค่า SPF ก็จะทำให้เราได้รู้ว่าครีมกันแดดตัวนั้นสามารถป้องกันแดดได้นานเท่าไหร่   

-PA : ช่วยปกป้องผิวจาก UVB โดยค่าบวกด้านหลังหมายถึงสามารถป้องกันรังสีได้กี่เท่า โดยหนึ่งบวกจะมีค่าเป็นสองเท่า ดังนั้นให้เอาจำนวนบวกคูณด้วยเท่าก็จะรู้ว่าครีมนั้นป้องกันแดดได้ดีแค่ไหนนั่นเอง

ครีมกันแดดแบบไหน เหมาะกับกีฬาประเภทใดบ้าง

1. ว่ายน้ำ : ควรเลือกครีมกันแดดชนิดสเปรย์ที่ซึมลงกับผิวได้เร็ว หรือเลือกจำพวกฟิล์มแพ็คที่มีนวัตกรรมการเคลือบผิวชั้นหน้าเป็นอย่างดี เพราะกีฬาชนิดนี้จะโดนทั้งน้ำคลอรีนและแสงแดดจัด

2. วิ่ง : ครีมกันแดดที่ใช้ควรเป็นชนิดป้องกันแสงแดดได้ในระยะยาว ควรมีทั้งค่า PA และค่า SPF สูง ๆ เพื่อยับยั้งแสงแดดที่จะทำลายผิว ทางที่ดีควรทาครีมกันแดดทิ้งไว้ก่อนออกสตาร์ท จะยิ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น

3. ปั่นจักรยาน : ควรเลือกครีมกันแดดชนิดเดียวกันกับกีฬาประเภทวิ่ง เพราะต้องโดนแสงแดดทั้งตัวและหน้า แต่ควรหลีกเลี่ยงแบบสเปรย์เพราะให้ระยะเวลาในการกันแดดที่น้อยกว่า และอาจทำให้ผิวมีอาการแพ้ได้หากอยู่กลางแจ้งนาน ๆ

4. ตีแบต : ครีมกันแดดของคนเล่นกีฬาประเภทนี้ควรเป็นชนิดที่ไม่เหนียวเหนอะหนะ เพราะส่วนใหญ่ไม่ค่อยโดนแดด และเน้นเล่นในยิมเป็นส่วนใหญ่ เน้นครีมกันแดดซึมลงผิวเพิ่มความคล่องตัวในการเคลื่อนไหว

การเล่นกีฬาถือเป็นกิจกรรมที่ดีและส่งเสริมให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง แต่อย่าลืมว่าเรื่องของผิวพรรณสาว ๆ ก็ควรใส่ใจดูแลเช่นกัน ดังนั้นควรเลือกครีมกันแดดให้เหมาะสมเพื่อการออกกำลังกายที่สนุกมากขึ้น

Credit : https://pixabay.com/photos/summer-vacations-holidays-1599139/