อุปกรณ์เสริมสำหรับสาวเฮลท์ตี้ พกง่าย สบายกระเป๋า หาซื้อไม่ยุ่งยาก

คงมีสาว ๆ สายเฮลท์ตี้ไม่น้อยในปัจจุบันที่แผ่ขยายตัวไปอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าตารางเวลาในชีวิตประจำวันจะยุ่งแค่ไหน ก็ยังเจียดเวลาไปออกกำลังกายได้อยู่เสมอ แต่ไม่ว่าการไปออกกำลังกายจะแสดงถึงความเฮลท์ตี้มากแค่ไหน ก็ยังไม่เท่ากับการพกอุปกรณ์เสริมที่ส่งเสริมความสวยและสุขภาพดีหรอกจริงไหม? โดยวันนี้เราจะมาบอกต่ออุปกรณ์เสริมสำหรับสาวเฮลท์ตี้ที่ควรมีไว้ติดตัว พกง่าย ไม่ยุ่งยาก แถมยังหาซื้อได้ตามร้านสรรพสินค้าทั่วไป

กระติกน้ำ

กระติกน้ำ เป็นอีกหนึ่งอย่างที่สาว ๆ หลายคนเริ่มหันมาใส่ใจและพกพากันมากขึ้น เพราะสามารถช่วยลดโลกร้อนจากการซื้อขวดพลาสติก แถมยังเป็นการส่งเสริมสุขภาพให้ไม่ขาดน้ำ เติมความชุ่มชื้นให้กับร่างกายและผิวด้วยการจิบน้ำทีละน้อย ๆ ตลอดทั้งวัน ปัจจุบันหาซื้อกระติกน้ำที่มีออฟชั่นต่าง ๆ มากมายได้ในราคาที่ไม่แพงมาก และมีการดีไซน์ให้สวยทันสมัย ใครเป็นสาวสายเฮลท์ตี้แล้วยังไม่มีไอเทมชิ้นนี้ถือว่าพลาด

รองเท้าออกกำลังกาย

รองเท้าออกกำลังกาย กลายเป็นอีกหนึ่งเฟชั่นที่สามารถสวมใส่กับชุดทำงานหรือชุดลำลองได้เลยไม่ต้องมานั่งพกแยกให้ยุ่งยาก สาว ๆ หลายคนลงทุนซื้อรองเท้าดี ๆ เพราะจำเป็นต้องใส่เดินทั้งวัน ป้องกันปัญหาน่องปูดกระดูกโปนด้วยการใส่รองเท้าที่ดีต่อสุขภาพ แถมมีเวลาเหลือก็ยังแวะฟิตเนสออกกำลังกายได้เลยไม่ต้องเสียเวลากลับบ้านไปเปลี่ยนรองเท้าอีก เสียเงินครั้งเดียวได้ประโยชน์ถึงสอง!

หูฟังไร้สาย

ดูเหมือนเป็นอุปกรณ์ที่ไม่เข้าพวก แต่หูฟังเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์เสริมที่สาว ๆ สายเฮลท์ตี้ขาดไม่ได้ ยามออกไปวิ่งหรือเข้าฟิตเนสคนเดียว ก็ได้เพลงในโทรศัพท์คอยอยู่เป็นเพื่อน แถมยังทำให้การออกกำลังกายสนุกมากขึ้น สาว ๆ คนใดที่ยังไม่มีหูฟังไร้สายไว้ในครอบครองก็หาซื้อมาไว้ได้แล้ว การออกกำลังกายจะได้มีสีสันขึ้นแล้วก็ไม่น่าเบื่อยังไงล่ะ

หมวก

หมวกเป็นอุปกรณ์ที่พกพาง่ายได้ประโยชน์หลายอย่าง ไม่ว่าจะทั้งป้องกันแดด ป้องกันผมไม่ให้โดนมลภาวะ และในยามออกกำลังกายก็ยังช่วยเก็บผมต่าง ๆ ให้ไม่มาปิดหน้าปิดตา สร้างความสะดวกสบายในการออกกำลังกายมากขึ้นนั่นเอง เป็นอุปกรณ์ที่สาว ๆ หลายคนมีติดบ้านกันอยู่แล้ว จะหมวกแบบไหน สไตล์ใดก็ได้ พกไว้โก้ ๆ แถมยังได้ประโยชน์ด้วยนะ

อุปกรณ์ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้สามารถนำไปปรับเปลี่ยนได้ให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองในแต่ละวัน ไม่จำเป็นต้องทำตามจนมากเกินความพอดี แต่ถ้าหากใครไม่ทำเลยก็ลองปรับเปลี่ยนมาใส่ใจตัวเองให้มากขึ้นทีละนิด สุดท้ายแล้วการรักสุขภาพเราก็ไม่ได้ทำเพื่อใคร แต่เป็นการทำทั้งหมดก็เพราะว่ารักตัวเองและหวังดีกับตัวเองล้วน ๆ จริงไหมล่ะสาว ๆ

Credit : https://pixabay.com/photos/bottle-closeup-drink-exercise-4013294/

วิธีการเลือกชุดว่ายน้ำให้เหมาะสม ใส่แล้วสวย ผิวไม่ดำ ออกกำลังได้อย่างเต็มที่

กีฬาว่ายน้ำ เป็นอีกหนึ่งกีฬาที่ช่วยลดไขมันได้ทุกสัดส่วนของร่างกายในเวลาเดียวกัน ไม่ทำให้ข้อต่าง ๆ ของร่างกายเสื่อมสภาพ แถมยังไม่เหนียวเหนอะหนะตัวไม่ว่าเราจะใช้เวลาออกกำลังมากแค่ไหนก็ตาม จนกลายเป็นกิจกรรมโปรดของใครหลายคนไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ เห็นสระว่ายน้ำเมื่อไหร่ก็พร้อมลุยกันเต็มที่เลยทีเดียว

แต่หลายคนยังไม่ทราบถึงวิธีการเลือกชุดว่ายน้ำที่เหมาะสมกับตนเอง โดยเมื่อเลือกไม่เหมาะหรือเลือกไม่ถูกต้องตามลักษณะที่เหมาะสมแล้ว จะทำให้การว่ายน้ำส่งผลเสียมากมาย เปลี่ยนจากกีฬาสนุกเป็นกีฬาเจ้าปัญหาไปซะได้

วิธีการเลือกชุดว่ายน้ำที่ถูกต้องเป็นอย่างไร

การเลือกชุดว่ายน้ำให้ถูกต้องมีหลักเกณฑ์ง่าย ๆ เพียงไม่กี่ข้อ ซึ่งสาว ๆ ควรจำไว้เป็นทริคในการเลือกซื้อ เพราะการลงทุนซื้อชุดว่ายน้ำดี ๆ ก็จะสามารถอยู่กับผู้ใส่ได้อีกนานหลายปี แถมยังช่วยส่งเสริมศักยภาพการออกกำลังกายให้บาดเจ็บน้อยลงอีกด้วย โดยสามารถแบ่งเกณฑ์ได้ดังนี้

-มีผ้าที่ยืดหยุ่น ไม่หนาไป  ไม่บางไปและไม่อุ้มน้ำ

ถ้ายืนเลือกชุดว่ายน้ำอยู่แล้วไม่แน่ใจว่าผ้าที่กำลังเลือกเป็นผ้าที่เหมาะสมแก่การสวมใส่หรือไม่ ให้นำฝ่ามือทาบลงที่เนื้อผ้า ดึงผ้าให้ตึงกระชับแล้วใช้มือขยุ้มเนื้อผ้าดู ถ้าหากผ้าที่มีความบางจะรู้สึกได้ว่าความตึงด้านหน้ามีน้อย แต่ถ้าหากหนาไปผ้าจะมีสภาพหนักและไม่ค่อยโอบรัดรอบฝ่ามือนั่นเอง

-เลือกไซส์ที่มีขนาดพอดี ไม่ใหญ่ไป ไม่เล็กไป

นี่คือข้อสำคัญมาก ๆ เพราะชุดว่ายน้ำที่มีขนาดพอดีไปกับสรีระจะทำให้การว่ายน้ำรู้สึกสบายคล้ายไม่ได้สวมใส่อะไรอยู่เลย จึงทำให้เราสามารถออกกำลังกายได้นานขึ้น และไม่รู้สึกรำคาญชุดที่ใส่

-เลือกสายยางยืดบริเวณแขนที่ไม่แข็ง ไม่ตึงจนเกินไป

ในกรณีที่ใครไม่ได้ซื้อชุดว่ายน้ำแขนยาว และต้องใส่แขนสั้นหรือสายเดี่ยว ก่อนซื้อแนะนำให้ลองยืดบริเวณสายดู เพราะการใส่ชุดว่ายน้ำที่มียางยืดแข็งและรั้งไหล่ตลอดเวลา อาจทำให้ไหล่เกิดอาการบาดเจ็บได้ในขณะว่ายน้ำ ผู้ที่ว่ายเป็นประจำหรือเป็นนักกีฬาควรใส่ใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ

-เลือกชุดว่ายน้ำที่มีแขนยาว

ใครที่ห่วงว่าตัวเองจะมีผิวดำ ผิวแห้ง หรือแพ้น้ำคลอรีนต่าง ๆ การใส่ชุดว่ายน้ำแขนยาวช่วยคุณได้ เพราะนอกจากจะปกคลุมแขนของเราไม่ให้สัมผัสกับแดดโดยตรงแล้ว ผ้ายืดที่แนบกระชับไปกับผิวยังช่วยลดการที่ฝุ่นหรือสิ่งสกปรกในน้ำจะมาโดนผิวเราอีกด้วย จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับใครหลายคนที่ต้องว่ายน้ำกลางแจ้งเป็นประจำ

ชุดว่ายน้ำแม้เป็นชุดไม้ตายที่สาว ๆ หลายคนไว้แสดงออกถึงแฟชั่นและรสนิยมของตนเองแล้ว ก็ควรจะเป็นชุดที่ช่วยส่งเสริมศักยภาพให้ออกกำลังกายได้สนุกขึ้นด้วย รู้แล้วก็อย่าลืมนำเคล็ดลับวันนี้ไปใช้กันล่ะ

Credit : https://pixabay.com/photos/woman-sitting-poolside-swimming-918532/

จับคู่สีชุดออกกำลังกายให้เปรี้ยวจี๊ดถึงใจ ไม่ว่าใครก็ต้องเหลียวมอง

เมื่อพูดถึงชุดออกกำลังกายสำหรับสาว ๆ หลายคนเป็นต้องตาลุกวาวแน่นอน เพราะชุดออกกำลังกายสวย ๆ ต่างดีไซน์แบบใหม่ ๆ มาล่อตาล่อใจจนอยากจะซื้อแทบตายอยู่แล้ว แต่ก่อนจะซื้อชุดตัวเก่ง วันนี้เรามีเคล็ดลับการจับคู่สีชุดออกกำลังกายให้เปรี้ยวจี๊ดถึงใจ ใส่ได้ทุกวันไม่มีเบื่อ ใครเห็นเป็นต้องเหลียวมองด้วยความอิจฉา

ก่อนที่เราจะพูดถึงวิธีการจับคู่สีของชุดออกกำลังกาย เราควรมาทำความรู้จักกันก่อนว่าชุดออกกำลังกายสามารถแบ่งได้เป็นกี่ประเภทและอะไรบ้าง โดยเราสามารถแบ่งชุดสำหรับออกกำลังกาย โดยแบ่งออกเป็นใหญ่ ๆ ได้ 3 ประเภทคือ ขายาว ขาสั้น และขาสามส่วน ส่วนอีกแบบที่เรามักจะเห็นนักวิ่งมาราธอนใส่บ่อย ๆ คือ ขาสั้นผ้าร่มที่มีเลกกิ้งทับอยู่ด้านใน เพิ่มความทะมัดทะแมงในการเคลื่อนไหวที่มากขึ้นนั่นเอง 

โดยทั้งสามแบบต่างก็สามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมของประเภทกีฬาที่เลือกเล่น หรือความเหมาะสมคล่องตัวของผู้สวมใส่ เช่น การปั่นจักรยาน การเต้นซุมบ้า หรือการเล่นพิลาทีส เป็นต้น ซึ่งกีฬาบางชนิดหรือบางกิจกรรมอาจจำเป็นต้องจะต้องใช้ความคล่องตัวเยอะ หรือป้องกันการบาดเจ็บในการออกกำลังกาย ดังนั้นก่อนซื้อควรทำความเข้าใจกับกีฬาที่ตัวเองเลือกเล่นให้ดี ดังนั้นเมื่อทำความเข้าใจเรื่องประเภทชุดแล้ว ก็สามารถเลือกสีตามใจชอบกันได้เลย

1. แดง-กรมท่า

สีแดงเป็นสีที่ดีในการที่ทำให้เมื่อเราเห็นแล้วก็รู้สึกตื่นและมีพลัง เมื่อจับคู่กับสีกรมท่าที่มีความขรึม ยามสวมใส่จะช่วยช่วยพรางให้ช่วงลำตัวผอมเพรียวไม่มีส่วนหย่อนคล้อย ใครอยากดูเฟิร์มในชุดออกกำลังกายก็ควรแมทช์คู่สีขรึมเอาไว้ด้วย จะได้มั่นใจ

2. เขียวทะเล-เหลือง

เป็นคู่สีที่แสดงออกถึงความสดใส เพราะนอกจากจะทำให้เห็นแล้วอยากใส่สุด ๆ ยังทำให้รู้สึกสวมใส่แล้วจะมีพลังมาก ๆ อีกด้วย เหมาะสำหรับคนที่หุ่นบางหน่อย ใส่แล้วจะได้โชว์ทุกสัดส่วนเพราะเป็นสีสว่าง สาว ๆ สายสดใสถูกใจสิ่งนี้แน่นอน

3. ม่วงพาสเทล-ชมพูช็อกกิงพิงค์

ฟังเหมือนไม่เข้า แต่เป็นคู่สีที่ใส่ออกมาแล้วสวยโดดเด่นอย่าบอกใคร เพราะสีชมพูแสบสันจะเด่นสะดุดตาขับให้ผิวขาว แต่ก็ยังมีม่วงอ่อน ๆ มาช่วยดร็อป สวมใส่แล้วดูดีมีสไตล์ขึ้นมาทันตาเห็น

3 คู่สีที่เรานำมาฝากในวันนี้ถือเป็น 3 คู่สีที่ครอบคลุมสำหรับการใส่ชุดทุกแบบ ไม่ว่าจะแมทช์แบบไหนก็ออกมาดูสวยถูกใจใคร ๆ ก็ต้องเหลียวมอง ที่สำคัญการเลือกใส่คู่สีที่ถูกต้องยังทำให้ผิวพรรณสาว ๆ ผุดผ่องมากขึ้น ไม่ต้องกลัวเรื่องหุ่นจะไม่เป๊ะแล้วขาดความมั่นใจ เพราะเพียงแค่ใส่คู่สีที่ใช่สไตล์ก็กินขาดแล้ว

Credit : https://pixabay.com/photos/adult-body-close-up-exercise-fit-1867743/

แชร์เคล็ดลับการเลือกครีมกันแดดที่เหมาะกับการออกกำลังกาย จะออกแดดจัดแค่ไหนก็ไม่กลัว

แดดกับการออกกำลังกายเรียกได้ว่าแทบจะเป็นของคู่กัน ใครที่โชคดีได้ออกกำลังกายในยิมไม่โดนแดดก็โชคดีไป แต่สำหรับใครที่ชอบเล่นกีฬากลางแจ้งเนี่ยสิปัญหาใหญ่ เพราะนอกจากจะร้อนทรมานแล้วผิวก็ยังเสียไปด้วย แต่ไม่ต้องเป็นกังวลอีกต่อไป เพราะในปัจจุบันก็มีนวัตกรรมจากครีมกันแดดมากมายให้พวกเราได้เลือกใช้ให้เหมาะสม แต่กีฬาประเภทไหนจะต้องใช้ครีมกันแดดป้องกันเท่าไหร่กันบ้าง เราไปดูพร้อม ๆ กันเลย

เรียนรู้วิธีการอ่านค่าของครีมกันแดด แรกเริ่มพื้นฐานที่สาว ๆ คนไหนก็ไม่ควรพลาด

ก่อนจะทำความเข้าใจเรื่องค่า SPF และค่า PA+ นั้น สาว ๆ ควรรู้จักเจ้ารังสีสองตัวที่มาพร้อมกันกับแดดเสียก่อน นั่นก็คือ รังสี UVA และ รังสี UVB ซึ่งทั้งสองรังสีนั้นต่างก็ทำลายเม็ดสีผิวของเราจากที่ขาวกระจ่างใสให้หมองคล้ำ แถมยังทำลายเซลล์ผิวชั้นในให้ได้รับบาดเจ็บจนแสบเคืองนั่นเอง โดยสิ่งที่สามารถช่วยป้องกันการผิวเราจากรังสีเหล่านั้นได้ก็คือ

-SPF : ปกป้องผิวเราจากรังสี UVA โดยปกติค่า SPF วิธีการดูให้เรานำเลข 30 คูณกับจำนวนเลขด้านหลังของค่า SPF ก็จะทำให้เราได้รู้ว่าครีมกันแดดตัวนั้นสามารถป้องกันแดดได้นานเท่าไหร่   

-PA : ช่วยปกป้องผิวจาก UVB โดยค่าบวกด้านหลังหมายถึงสามารถป้องกันรังสีได้กี่เท่า โดยหนึ่งบวกจะมีค่าเป็นสองเท่า ดังนั้นให้เอาจำนวนบวกคูณด้วยเท่าก็จะรู้ว่าครีมนั้นป้องกันแดดได้ดีแค่ไหนนั่นเอง

ครีมกันแดดแบบไหน เหมาะกับกีฬาประเภทใดบ้าง

1. ว่ายน้ำ : ควรเลือกครีมกันแดดชนิดสเปรย์ที่ซึมลงกับผิวได้เร็ว หรือเลือกจำพวกฟิล์มแพ็คที่มีนวัตกรรมการเคลือบผิวชั้นหน้าเป็นอย่างดี เพราะกีฬาชนิดนี้จะโดนทั้งน้ำคลอรีนและแสงแดดจัด

2. วิ่ง : ครีมกันแดดที่ใช้ควรเป็นชนิดป้องกันแสงแดดได้ในระยะยาว ควรมีทั้งค่า PA และค่า SPF สูง ๆ เพื่อยับยั้งแสงแดดที่จะทำลายผิว ทางที่ดีควรทาครีมกันแดดทิ้งไว้ก่อนออกสตาร์ท จะยิ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น

3. ปั่นจักรยาน : ควรเลือกครีมกันแดดชนิดเดียวกันกับกีฬาประเภทวิ่ง เพราะต้องโดนแสงแดดทั้งตัวและหน้า แต่ควรหลีกเลี่ยงแบบสเปรย์เพราะให้ระยะเวลาในการกันแดดที่น้อยกว่า และอาจทำให้ผิวมีอาการแพ้ได้หากอยู่กลางแจ้งนาน ๆ

4. ตีแบต : ครีมกันแดดของคนเล่นกีฬาประเภทนี้ควรเป็นชนิดที่ไม่เหนียวเหนอะหนะ เพราะส่วนใหญ่ไม่ค่อยโดนแดด และเน้นเล่นในยิมเป็นส่วนใหญ่ เน้นครีมกันแดดซึมลงผิวเพิ่มความคล่องตัวในการเคลื่อนไหว

การเล่นกีฬาถือเป็นกิจกรรมที่ดีและส่งเสริมให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง แต่อย่าลืมว่าเรื่องของผิวพรรณสาว ๆ ก็ควรใส่ใจดูแลเช่นกัน ดังนั้นควรเลือกครีมกันแดดให้เหมาะสมเพื่อการออกกำลังกายที่สนุกมากขึ้น

Credit : https://pixabay.com/photos/summer-vacations-holidays-1599139/

เตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่หัวจรดเท้ากับแฟชั่นการออกกำลังกายด้วย Yoga Fly

การออกกำลังกายด้วยวิธีโยคะนั้น นอกจากจะเป็นการฝึกสมาธิแล้วยังช่วยส่งเสริมความยืดหยุ่นให้กับร่างกายเป็นอย่างมาก ลดปัญหาการปวดข้อ อาการตึงตามขา และคลายความตึงเครียดภายในร่างกายได้ “โยคะ” จึงเป็นกิจกรรมการออกกำลังกายอีกวิธีหนึ่งที่สาว ๆ ให้ความนิยมและหันมาสนใจกันเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

โยคะ มีด้วยกันหลายประเภท เช่น โยคะร้อน โยคะเย็น เป็นต้น และมีอีกหนึ่งประเภทที่แตกกิ่งก้านสาขาออกมานั่นก็คือ “โยคะ ฟลาย” หรือ “Yoga Fly” ที่ใช้อุปกรณ์หลักอย่างผ้าเข้ามายึดไว้ตามร่างกายเพื่อดัดแปลงทำเป็นท่าออกกำลังกายต่าง ๆ เป็นกีฬาที่ผสมผสานระหว่างพิลาทีสกับยิมนาสติกเข้าไว้ด้วยกัน

ประโยชน์จากการเล่นโยคะฟลายมีด้วยกันหลายข้อ เช่น ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก, กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น, ช่วยฝึกสมาธิ, คลายความเครียด และยังช่วยปรับรูปร่างให้เข้าที่มากขึ้น เป็นต้น ซึ่งประโยชน์เหล่านี้ล้วนแต่เป็นสิ่งเสริมสร้างที่ทำให้บุคลิกภาพและการใช้ชีวิตของสาว ๆ ดีขึ้น ถ้าหากทำไปนาน ๆ เป็นประจำจะสามารถลดน้ำหนักได้อีกด้วย

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้าคลาสโยคะฟลาย หัวจรดเท้าควรทำอะไรบ้าง

แน่นอนว่าก่อนไปเข้าคลาสก็ต้องศึกษาการแต่งตัวสักหน่อยว่ามีอะไรที่ควรเตรียมไปบ้าง เพราะกีฬาโยคะฟลายเป็นกีฬาที่ต้องอาศัยเทคนิคในการเล่น จึงจำเป็นต้องมีวิธีการแต่งตัวแบบเฉพาะ หรือการนำอุปกรณ์ไปเพิ่มเติมเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ แต่ของเหล่านั้นจะมีอะไรบ้าง เราไปดูพร้อม ๆ กันเลย

1. เสื่อโยคะ

หากใครเล่นโยคะอยู่แล้วก็คงไม่ต้องเสียเวลาหาซื้อ แต่ถ้าหากไม่เคยเล่นมาก่อนก็สามารถตามหาเสื่อโยคะได้ง่าย ๆ ตามร้านขายอุปกรณ์กีฬา หรือตามในไอจีแบรนด์ดัง ๆ ก็มีเยอะแยะ ถ้าไม่อย่างนั้นก็ควรโทร.สอบถามที่โรงเรียนสอนว่ามีเตรียมไว้ให้หรือเปล่า ถ้ามีก็สบายไปเลยจ้า

2. ชุดสำหรับโยคะฟลาย

การเล่นโยคะฟลายควรที่จะต้องใส่กางเกงออกกำลังกายขายาวกับเสื้อสปอร์ตบราด้านในที่จะลู่รับไปกับสรีระ ที่สำคัญเสื้อที่ใส่ด้านนอกควรต้องเก็บชายให้เรียบร้อย เพื่อระหว่างการเล่นจะได้ไม่พันเข้ากับผ้าจนเกิดอุบัติเหตุ

3. รวบผม

การรวบผมถือเป็นอีกหนึ่งความสำคัญของการเริ่มเล่นกีฬาชนิดนี้ เพราะระหว่างที่เราใช้สมาธิในการห้อยโหนตัวอยู่บนผ้า ไม่ควรให้มีเส้นผมมาปรกบังใบหน้าเพื่อสร้างความรำคาญและทอนสมาธิเราให้สั้นลง

4. ถอดเครื่องประดับออกให้หมด

ระหว่างการเล่นไม่ควรมีเครื่องประดับใดสวมบนร่างกาย เพราะนอกจากจะเพิ่มน้ำหนักแล้วยังทำให้การเกี่ยวตัวอยู่บนผ้ายุ่งยากมากขึ้นนั่นเอง และอาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุตามมาได้อีกด้วย

เหนือสิ่งอื่นใดของการเล่นโยคะฟลายคือการใช้สมาธิให้มาก ตั้งใจจดจำท่าจากครูฝึกให้ดี ไม่ควรทำเองหากยังไม่เคยมีประสบการณ์หรือยังไม่เคยเข้าคอร์สการฝึกสอนมาก่อน เพราะถือเป็นกีฬาเฉพาะทางที่ต้องมีผู้เชี่ยวชาญแนะนำ

Credit : https://pixabay.com/photos/coast-exercise-fitness-lifestyle-1834827/

อัพเดทแฟชั่นรองเท้ากีฬาแบบไหน in และแบบไหน out

รองเท้ากีฬา เป็นหนึ่งไอเทมที่ควงคู่มากับสาว ๆ ที่รักการออกกำลังกาย และสาว ๆ อีกหลายคนที่หันมาสวมรองเท้ากีฬาเพื่อความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน เรียกว่าเสียเงินทั้งทีต้องเอาให้คุ้มค่าทั้งประโยชน์การใช้งานและความสวยงามเลยทีเดียว และในวันนี้เราจะมาแชร์เทรนด์รองเท้ากีฬาที่กำลังมาแรง พร้อมกระซิบบอกเทรนด์ที่ out ไปแล้วให้สาว ๆ ได้ศึกษาไว้ก่อนซื้อ

คุณสมบัติรองเท้าวิ่งที่ดีต้องเป็นอย่างไร?

ก่อนจะไปดูว่ารองเท้าแบบไหนที่กำลังอินเทรนด์ อย่างแรกที่สาว ๆ ควรรู้ไว้ก่อนก็คือคุณลักษณ์ของรองเท้าวิ่งที่ดีควรเป็นอย่างไร ซึ่งสามารถแบ่งได้ดังนี้

มีน้ำหนักเบา : รองเท้าออกกำลังกายที่ดีควรมีน้ำหนักเบา ใส่แล้วเหมือนให้ความรู้สึกเหมือนไม่ได้ใส่ ง่ายต่อความคล่องตัวในการเคลื่อนไหว

มีพื้นสปริงรองรับการกระแทก : พื้นสปริงหรือพื้นรองเท้าในนวัตกรรมแบบใหม่ ๆ จะสามารถดูดซับแรงกระแทกจากผู้สวมใส่ได้ ลดปัญหาการบาดเจ็บที่ข้อเข่า ข้อเท้า และตามข้อกระดูกต่าง ๆ

ระบายอากาศ : รองเท้ากีฬาควรมีฟังก์ชั่นการระบายอากาศที่ดี ไม่ทำให้รองเท้าของเราเกิดกลิ่นเหม็นอับหรือเกิดกลิ่นเท้าในตอนที่ใส่ เพราะเราต้องเจอทั้งกิจกรรมหนักและเบา ดังนั้นควรเลือกเซฟ ๆ ไว้ดีที่สุด

เทรนด์รองเท้าแบบไหนที่กำลง in และแบบไหนกำลังจะ out

สำหรับเทรนด์รองเท้ากีฬาที่กำลังมาแรงเราจะขอแบ่งเป็น 2 ประเด็นใหญ่ ๆ คือในเรื่องของสีและเรื่องของดีไซน์ ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบหลัก ๆ ในการเลือกรองเท้าสักคู่ ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูพร้อมกันเลย

สีอินเทรนด์มาแรงประจำปี 2019

สีที่มาแรงตลอดทั้งปีนี้ได้แก่สี ขาว ชมพู และเทา ซึ่งทั้งสามสีนี้จะมีลูกเล่นในการผสมที่ต่างกันไป อาจจะยึดสีไหนสีหนึ่งเป็นสีหลักของรองเท้าแล้วแซมด้วยสีที่เหลือก็ได้ หรือถ้าหากอยากดูโดดเด่นสุด ๆ เลยล่ะก็ควรซื้อสีขาวล้วน เพราะตอนนี้วัยรุ่นเขากำลังอินกันเลยล่ะ

ดีไซน์โดนใจยิ่งใหญ่ยิ่งดี

เริ่มแรกเป็นผลมาจากหลายแบรนด์ที่เข้ามาตีตลาดไทยด้วยดีไซน์รองเท้าผ้าใบแฟชั่นใหญ่ยักษ์ จึงทำให้กระแสความชอบก็เปลี่ยนไปด้วย จนตอนนี้รองเท้ากีฬาก็ต้องหันมาจับทางนี้เช่นกัน ด้วยการดีไซน์ฐานรองเท้าให้ใหญ่ มีลักษณะหนา แต่ใช้วัสดุเป็นโฟม หรือคาร์บอนชนิดเบา ที่ทำให้แม้รองเท้าจะมีทรงใหญ่แต่ก็ยังเบาอยู่ดี

ส่วนรองเท้าที่ตกกระแสแล้วสำหรับพ.ศ.นี้คือรองเท้าประเภทใช้วัสดุผ้าหนาที่ไม่ระบายอากาศ เพราะทำให้รู้สึกเป็นรองเท้ารุ่นเก่าเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว ส่วนสีที่ out สุด ๆ ก็คือสีน้ำเงิน สีเหลือง นั่นเองจ้า หากใครคิดจะซื้อก็ควรดูศึกษาดูแต่ละแบบให้ดี เพราะสุดท้ายแล้วการเลือกรองเท้าสักคู่ก็ควรคำนึงถึงคุณสมบัติที่รองเท้าคู่นั้นเป็นหลักว่าใช้งานได้ดีแค่ไหน เพื่อจะได้เป็นการเซฟตัวเองขณะออกกำลังกายให้ดีที่สุดด้วย

Credit : https://pixabay.com/photos/adidas-pureboost-purebost-dpr-2554690/

ส่องไอเทมชุดออกกำลังกายแฟชั่นจากแบรนด์ UNIQLO

จะออกกำลังกายได้อย่างไรถ้าหากไม่มีชุดกีฬา จริงไหม? ซึ่งนวัตกรรมชุดกีฬาในปัจจุบันนี้ก็มีให้เราเลือกมากมายหลายแบบ ตั้งแต่ราคาย่อมเยาว์ไปจนถึงราคาสูงเลยก็มี โดยหลายคนอาจจะคิดว่าการใส่ชุดออกกำลังกายเป็นสิ่งสิ้นเปลืองไม่จำเป็นต้องซื้อก็สามารถออกกำลังกายได้ แต่ไม่รู้เลยว่าการใส่ชุดออกกำลังกายที่ดีนั้นสามารถทุ่นพลังและเสริมสร้างประโยชน์ให้การออกกำลังกายของเราอีกมากเลยทีเดียว ในบทความนี้เราจะขอพูดถึงชุดกีฬาจากแบรนด์เสื้อผ้าดัง ที่จะมาช่วยสนับสนุนความจริงที่ว่า การเลือกใส่เสื้อผ้าให้ถูกต้องนั้น ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นอีกเยอะกับแบรนด์ UNIQLO

ไอเทมที่ขาดไม่ได้จาก UNIQLO คิดจะไปออกกำลังกายต้องมีสิ่งนี้

Lifewear คือนิยามดังประจำแบรนด์ UNIQLO ที่ตั้งใจทำให้ทุกกิจวัตรของชีวิตเป็นเรื่องง่าย ๆ ด้วยเสื้อผ้าที่ไม่ต้องมากเรื่อง คราวนี้เราจะมาดูไอเทมชุดออกกำลังกายของแบรนด์นี้กัน ว่ามีอะไรบ้างที่สาว ๆ ไม่ควรพลาดเมื่อจะเริ่มสตาร์ทออกกำลังกาย

1. เสื้อกันแดด UV CUT

ถือว่าเป็นนวัตกรรมที่สาว ๆ ไทยต้องร้อง “ว้าว” เพราะเขาคิดค้นมาเพื่อเอาใจสาว ๆ ที่กลัวแดดโดยเฉพาะ ด้วยการใช้เนื้อผ้าที่บางเบา ระบายอากาศได้ดีแต่ยังสามารถกันแดดได้ด้วย  เหมาะสำหรับการใส่ไว้เล่นกีฬากลางแจ้ง หรือจะซื้อไว้ใช้ในชีวิตประจำวันก็ไม่ว่ากัน

2. เสื้อซับ Airism

ผลิตภัณฑ์จาก Airism ไม่ได้มีแค่เสื้อซับอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีเสื้อยืดและแบบเสื้อผ้าอีกหลายแบบให้ได้ลองเลือกซื้อมาใส่ ตอบโจทย์ทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายกันเลยทีเดียว ใครที่ออกกำลังกายแล้วมีปัญหากลิ่นตัวอับชื้น ก็ควรหาซื้อเจ้า Airism ระบายเหงื่อ ระบายอากาศได้ดีมาป้องกันเอาไว้สักตัว

3. เลกกิ้งออกกำลังกายไร้ตะเข็บ

อีกหนึ่งความพิเศษที่ทางแบรนด์ได้คิดค้นขึ้นมาเอาใจคอออกกำลังกายนั่นก็คือ กางเกงเลกกิ้งขายาวสำหรับออกกำลังกาย ที่เขาทอมาแบบไม่ให้มีตะเข็บ ป้องกันการบาดผิวและการระคายเคืองระหว่างทำกิจกรรมออกกำลัง สวมใส่แล้วสบายลื่นผิว แม้ว่าเหงื่อจะออกมากแค่ไหนก็ตาม

ทั้งหมดนี้คือไอเทมแฟชั่นจากทาง UNIQLO ที่สาว ๆ ไม่ควรพลาด เพราะนอกจากจะคิดค้นให้สวมใส่ได้ง่ายสบายต่อชีวิตประจำวันแล้ว ก็ยังมีราคาที่ถูก แถมหาซื้อได้ง่ายมาก ๆ อีกด้วย ใครที่ยังพลาดไอเทมไหนไปก็ควรไปหาซื้อมาติดบ้านเอาไว้ แต่ถ้าหากใครที่ยังไม่เคยลองใช้ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์นี้เลยสักครั้ง นี่ก็เป็นโอกาสดีให้คุณได้ลองแล้วล่ะ เชื่อได้เลยว่าต่อจากนี้จะติดใจ ไม่อยากได้ชุดออกกำลังกายจากแบรนด์ไหนอีกเลยนอกจาก UNIQLO Lifewear แบรนด์นี้แบรนด์เดียว

Credit : https://pixabay.com/photos/uniqlo-sanlitun-beijing-modern-617616/

อัพเดทกีฬาสุดฮิต ประจำปี 2019

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นข่าวดีที่อัตราการออกกำลังกายของคนในประเทศเพิ่มสูงขึ้น แม้จะไม่ได้เพิ่มขึ้นจนเยอะน่าตกใจแต่ก็มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง จากผลการสำรวจของกรมสาธารณสุขประจำปีพ.ศ. 2561 โดยในปีนี้ก็ยังมีอัตรากลุ่มคนรักสุขภาพออกมาเคลื่อนไหวจัดกิจกรรมดี ๆ กันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นคนจากในวงการหรือคนจากนอกวงการก็ตาม และในวันนี้เราจะมาดูกันว่า กีฬาฮิตประจำปี 2019 นั้นจะมีกีฬาอะไรบ้าง

1. วิ่ง

กีฬาอย่างการ วิ่ง ถือเป็นกีฬาที่เริ่มต้นด้วยสองเท้า ไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ใดไม่จำเป็นต้องไปที่ไหนเลย ถ้าหากต้องการจะวิ่งขอเพียงแค่มีแรงบันดาลใจและมีพลังที่ฮึดสู้เท่านั้นเป็นใช้ได้ โดยกระแสยอดฮิตของการวิ่งก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากพี่ตูนอย่างแน่นอน ที่ทำให้คนไทยและดารา นักร้องอีกหลายคนอยากจะลุกขึ้นมาวิ่งต่อสู้กับตัวเองกันบ้าง แผ่อาณาเขตมาจนถึงคนเดินดินธรรมดา ที่หันมาดูแลสุขภาพด้วยการวิ่งนานารูปแบบ ไม่ว่าจะวิ่งมาราธอน วิ่งระยะสั้น เป็นต้น

2. เต้น

สิ่งง่าย ๆ อย่างการเต้น เราก็สามารถเรียกได้ว่าเป็นกีฬาเช่นกัน อย่างการเต้นประกอบจังหวะ เช่น การเต้นซุมบ้า เป็นต้น ที่หลายคนให้ความนิยมแผ่ขยายกว้างขึ้นไปเรื่อย ๆ เพราะสามารถทำได้พร้อม ๆ กันเพื่อน มีความสนุกสนาน ระหว่างเต้นก็เหมือนได้ผ่อนคลายไปด้วย จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมการเต้นจึงกลายมาเป็นกิจกรรมอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความนิยมประจำปีนี้

3. เล่นโยคะ

เป็นกีฬาที่ฮิตมาเนิ่นนานและยังคงกระแสดีไม่มีตกเช่นนี้ต่อไป ด้วยการเล่นโยคะที่มาในรูปแบบหลากหลายมากขึ้น และเมื่อเริ่มเล่นแล้วก็ยากที่จะหยุด เพราะกีฬาชนิดนี้ต่างส่งผลดีหลาย ๆ ด้านมากมาย ทั้งเรื่องของเลือดลม สมาธิ การปรับเปลี่ยนโครงสร้างกระดูก และการทำให้เลือดลมภายในร่างกายกลับมาหมุนเวียนได้ดี จึงถือเป็นกีฬาโปรดของสาว ๆ หลายคน 

4. ชกมวย

เป็นกีฬาที่อยู่คู่กับเมืองไทยเรามานาน แต่เมื่อไม่นานมานี้การชกมวยกลับกลายเป็นกระแสฮิตที่ทำเอาสาว ๆ หนุ่ม ๆ หลายคนกลับมาสวมนวมทุ่มกระสอบทรายกันเลยทีเดียว เพราะมีตัวอย่างจากดาราหญิงในวงการหลายท่านที่เมื่อเริ่มชกมวยแล้วก็มีหุ่นที่เฟิร์มจนต้องร้องขอชีวิตกันเลยทีเดียว จึงส่งผลให้กีฬาชกมวยทะยานขึ้นมาเป็นกีฬาฮอตฮิตแถวหน้า ที่ไม่มีทีท่าว่าจะซาลงได้ง่าย ๆ เลยจ้า

และทั้งหมดนี้ก็คือกีฬาสุดฮิตประจำปี 2019 ที่สาว ๆ หนุ่ม ๆ หลายคนให้ความสนใจกันตลอดทั้งปี ต้องรอติดตามกันต่อไปว่าวงการการออกกำลังกายของไทยจะยังมีกิจกรรมอะไรที่น่าสนใจผุดขึ้นมาให้เราได้ลองร่วมออกกำลังกันอีกไหม ถือเป็นเรื่องราวดี ๆ ที่อยากให้อยู่คู่กับคนไทยไปอีกนาน ๆ จะได้พากันสุขภาพดีต้านโรคภัยกันทั้งประเทศเลย

Credit : https://pixabay.com/photos/jogging-movement-fitness-fit-run-4211946/

แฟชั่นการแต่งตัวของนักสเก็ตน้ำแข็ง องค์ประกอบความสวยงามที่เป็นมากกว่ากีฬา

“สเก็ตน้ำแข็ง” กีฬาที่เป็นมากกว่ากีฬาเพราะอาศัยทั้งความสวยงาม ความอ่อนช้อย และเทคนิคเฉพาะตัวในการเคลื่อนไหว มีทั้งศาสตร์ของการเต้นบัลเล่ต์และยิมนาสติกอยู่ในตัวเอง อีกทั้งยังต้องเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กล้ามเนื้ออีกด้วย เรียกได้ว่าใครที่จะมาเป็นนักสเก็ตนั้นต้องใจรักมากจริง ๆ ไม่งั้นก็คงทำไม่ได้ออกมาสวยงามและละเอียดอ่อนขนาดนี้

แม้กีฬาสเก็ตน้ำแข็งจะไม่มีบรรจุอยู่ในประเภทกีฬาที่ประเทศไทยลงแข่งขัน แต่ก็ยังมีอีกหลายชาติในเอเชียและทั่วโลกให้ความสำคัญกับกีฬาชนิดนี้เป็นอย่างมาก เชื่อว่าหลายท่านในบ้านเราก็คงชื่นชอบการดูการแข็งกีฬาประเภทนี้เหมือนกัน เพราะมันแสนจะเพลิน แถมยังมีเพลงเพราะ ๆ ให้ฟัง ที่สำคัญชุดของนักสเก็ตนั้นสวยงามจนยากที่จะละสายตาได้จริง ๆ

องค์ประกอบของชุดนักสเก็ตต้องแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์และส่งเสริมศักยภาพในการเคลื่อนไหวของผู้เล่นด้วยเช่นกัน โดยในวันนี้เราจะพามาเจาะลึกแฟชั่นของนักสเก็ตหญิงระดับโลกหลายท่านที่สวมใส่ชุดโดดเด่นชนะใจกรรมการแล้วยังขึ้นแท่นคว้าเหรียญกลับประเทศอีกด้วย

เผยต้นขาเรียวยาว ให้เห็นยามกระโดด

ท่า ToeJump แบบต่าง ๆ บนลานสเก็ตคือท่าไม้ตายไว้ใช้เรียกคะแนนจากกรรมการ ซึ่งจะเป็นตัวตัดสินว่าผู้เล่นกระโดดได้อย่างพริ้วไหวแค่ไหนและหล่นลงได้เพอร์เฟคหรือไม่ โดยการใส่ชุดสั้นที่โชว์ช่วงขานอกจากจะสวยงามแล้ว ยังทำให้กรรมการเห็นจุดนี้ได้ชัดอีกด้วย

เนื้อผ้าที่แนบไปกับผิว

เนื้อผ้าโปร่งที่แนบไปกับผิว นอกจากจะช่วยทำให้นักสเก็ตหนาวเย็นน้อยลงแล้ว ก็ยังทำให้เห็นสัดส่วนของนักสเก็ตได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งยิ่งทำให้การแสดงโชว์ยามลงแข่งมีเสน่ห์ตามไปด้วย

ติดเพรชพลอยระยิบระยับ

เป็นอีกจุดขายที่นักออกแบบชุดของนักสเก็ตแทบทุกคนไม่ลืมใส่ เพราะการใส่คริสตัลต่าง ๆ ลงไปบนตัวชุดจะช่วยทำให้การเคลื่อนไหวของนักสเก็ตดูพริ้วไหวมากขึ้น แถมยังมีบางช่วงของการแสดงที่อาจจะหรี่แสงลง เพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้ยามนักสเก็ตอยู่ในที่แสงน้อย จึงใส่ไว้เป็นออฟชั่นเพิ่มเติมที่ดูแล้วเพลินตาจริง ๆ

โชว์แผ่นหลัง

นักสเก็ตหญิงร้อยทั้งร้อยต้องมีชุดที่โชว์แผ่นหลัง เรียกได้ว่าเป็นสไตล์การผสมผสานที่ได้มาจากชุดบัลเล่ต์นั่นเอง จึงมีส่วนช่วยทำให้โครงสร้างของร่างกายดูอ่อนช้อยมากขึ้น

 นักสเก็ตสาวชื่อดังประจำเกาหลีใต้อย่าง Kim Yuna ก็เป็นอีกหนึ่งสาวที่นำแฟชั่นบนลานสเก็ตน้ำแข็งอยู่เสมอ เรียกได้ว่าทุกชุดของเธอกินขาดจนหาประเทศใดมาเทียบด้วยยาก และองค์ประกอบที่เราได้กล่าวไปแล้วทั้งหมดนั้นก็ล้วนอยู่ในชุดของเธออย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังมีแฟชั่นชุดสเก็ตจากอีกหลายท่านไม่ว่าจะเป็น Rika Kihira, Alina Zakotova และ Yulia Lipnitskaya ที่สวยโดดเด่น ล้ำแฟชั่นทันสมัยให้พวกเราได้ทึ่งเมื่อออกสู่ลานสเก็ตกันเป็นประจำเลยล่ะ

Credit : https://pixabay.com/photos/figure-skating-runner-figure-skater-3198861/

How to เลือกชุดโยคะอย่างไรให้มีแรงบันดาลใจไปออกกำลังกาย

การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งต่อการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เรื่องนี้เป็นเรื่องทั่วไปที่ใคร ๆ ต่างก็รู้กันดี แต่ก็เป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ทำยากเหลือเกิน โดยเฉพาะสาว ๆ ที่ไม่ค่อยชอบออกแรงมากเกินความจำเป็น อีกทั้งยังไม่ค่อยชอบความร้อน ความเหนียวเหนอะหนะ และอาการเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวหลังออกกำลังกาย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ชนิดกีฬาที่เป็นทางออกของสาว ๆ ส่วนใหญ่ คือ “กีฬาโยคะ

              เนื่องจากกีฬาประเภทนี้นั้น สามารถทำได้ทั้งแบบในร่มหรือกลางแจ้ง สามารถทำได้อย่างง่ายดายไม่ยุ่งยากอะไรเลย และนอกจากความแข็งแรงของร่างกาย ที่จะได้รับหลังการออกกำลังกายแล้ว โยคะยังเป็นกีฬาที่ช่วยให้มีสมาธิสูงขึ้นได้ดีอีกด้วย ซึ่งเรื่องนี้เป็นผลดีมากหากคุณชอบการวางเดิมพัน นักพนันชื่อดังหลาย ๆ รายบน VWIN เองก็เปิดเผยว่าพวกเราเล่นโยคะเช่นกัน ดังนั้น บทความนี้จึงอยากจะพาสาว ๆ ไปรู้จักกับวิธีการเลือกซื้อชุดสำหรับใส่ไปเล่นโยคะ ไปดูกันเลย

การเลือกซื้อชุดโยคะมีวิธีการเลือกซื้ออย่างไร

              1.ควรเลือกชุดที่กระชับกับรูปร่าง เนื่องจากการเล่นโยคะต้องเน้นความคล่องตัว เพราะมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นชุดที่เลือกสวมใส่จึงควรมีความพอดีตัว กระชับ ไม่รุ่มร่าม มิเช่นนั้นขณะออกกำลังด้วยท่าโยคะต่าง ๆ อาจมีชายเสื้อหล่นมาบดบังสายตา ทำให้อาจจะเสียจังหวะ และเกิดอันตรายจนทำให้ร่างกายบาดเจ็บได้

              2.ควรเลือกเนื้อผ้าที่มีความยืดหยุ่น เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่าท่าโยคะแต่ละท่านั้น ต้องอาศัยการยืดเหยียดร่างกาย ที่มีคุณสมบัติของความยืดหยุ่นค่อนข้างดี อีกทั้งแม้ว่าจะซักบ่อยก็ยังสามารถใช้งานได้ค่อนข้างนานระดับหนึ่ง เป็นต้น

              3. ควรเลือกชุดโยคะที่มีความสูงของเอวที่พอดี หรือพอเหมาะกับตนเอง กล่าวคือไม่สูงเกินไป หรือต่ำเกินไป เนื่องจากว่าหากเลือกเอวสูงมากเกินไป อาจจะทำให้เกิดรอยที่บริเวณเอวหรือหน้าท้องได้ เพราะการเล่นโยคะต้องก้ม ๆ เงย ๆ บ่อย ดังนั้นควรเลือกกางเกงที่เอวไม่สูงมากจนเกินไป แต่ก็ไม่ควรเลือกต่ำมากเช่นเดียวกัน เพราะเอวกางเกงที่ต่ำเกินไป อาจจะทำให้ระหว่างการยืดเหยียดร่างกายนั้น เอวกางเกงจะเลื่อนหลุดลงไปจนสาว ๆ ขาดความมั่นใจได้นั่นเอง

              4. ควรเลือกชุดโยคะที่สามารถระบายความร้อนได้ค่อนข้างดี เพราะถึงแม้ว่าการเล่นโยคะ จะไม่ใช่กีฬาที่สามารถทำให้เกิดเหงื่อได้ในปริมาณที่มากและรวดเร็วอย่างกีฬาที่ต้องใช้พลังงานมากอื่น ๆ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ากีฬาชนิดนี้ก็ทำให้เสียเหงื่อได้ไม่น้อยเหมือนกัน ดังนั้นการเลือกชุดที่สามารถช่วยระบายความร้อนได้ดี จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยทำให้การออกกำลังกายของเรามีความสะดวกสะบายมากขึ้น

              5. ควรเลือกรูปแบบชุด สไตล์ และสีสันตามที่ตนเองชื่นชอบมากที่สุด เพราะนอกเหนือจากคุณภาพด้านอื่น ๆ ที่กล่าวมาแล้วนั้น เรื่องของความสวยความงามกับสาว ๆ ยังไงซะก็เป็นของคู่กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นการได้ใส่ชุดโยคะที่สวยถูกใจตนเอง อาจจะช่วยเพิ่มกำลังใจ และแรงบันดาลใจในการพาตัวเองไปออกกำลังกายเพิ่มมากขึ้นก็เป็นได้

              เป็นอย่างไรกันบ้างกับวิธีการเลือกซื้อชุดโยคะที่นำมาฝากสาว ๆ ทุกคนกัน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้อาจจะไปช่วยกระตุ้นให้สาว ๆ อยากเล่นโยคะเพิ่มมากขึ้น อย่าลืมว่าสุขภาพร่างกายจะแข็งแรงได้นั้น ไม่มีใครช่วยเราได้ เราต้องทำมันด้วยตัวของเราเอง